การติดตั้งมุ้งจีบในบ้านสร้างใหม่มักง่ายกว่า เพราะวงกบและช่องเปิดยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ แต่ในบ้านเก่าหรือบ้านที่ผ่านการรีโนเวทมาแล้ว โครงสร้างหลายจุดอาจไม่ตรงระดับหรือมีการเสื่อมสภาพ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพการติดตั้งมุ้งจีบ
ประเด็นแรกที่ต้องตรวจสอบคือ ความได้ระดับของวงกบ
บ้านเก่าหลายหลังมีวงกบไม้หรืออะลูมิเนียมที่เอียงเล็กน้อยจากการทรุดตัวของอาคาร หากติดตั้งมุ้งจีบโดยไม่ปรับแก้ รางอาจฝืดหรือปิดไม่สนิทตั้งแต่วันแรก ร้านมุ้งจีบที่มีประสบการณ์ควรตรวจวัดแนวดิ่งและแนวราบก่อนเสนอวิธีติดตั้ง
ประเด็นที่สองคือ สภาพพื้นและธรณีประตู
มุ้งจีบต้องอาศัยรางล่างที่ตรงและมั่นคง หากพื้นบริเวณประตูมีรอยแตก ผิวไม่เรียบ หรือมีการปูกระเบื้องใหม่ทับของเดิมโดยไม่ได้ปรับระดับ อาจทำให้รางเอียงและกระทบการเปิด–ปิดในระยะยาว
ประเด็นที่สามคือ ความแข็งแรงของจุดยึด
บ้านเก่าอาจมีวงกบที่ผุหรือสกรูเดิมคลายตัว การติดตั้งมุ้งลวดพับได้หรือมุ้งจีบในโครงสร้างที่ไม่แข็งแรงพอ อาจทำให้จุดยึดหลวมเร็วกว่าในบ้านใหม่ การประเมินสภาพโครงสร้างก่อนติดตั้งจึงสำคัญ
อีกเรื่องที่ควรระวังคือ ขนาดช่องเปิดที่ไม่สม่ำเสมอ
บ้านเก่าบางหลังมีช่องเปิดที่ไม่เป็นสี่เหลี่ยมสมบูรณ์ โดยเฉพาะในกรณีต่อเติมภายหลัง หากวัดเพียงด้านบนหรือด้านล่างอย่างเดียว อาจได้ขนาดที่ไม่พอดีและเกิดช่องว่างเมื่อปิดมุ้ง
ในบ้านที่รีโนเวทใหม่โดยเปลี่ยนวงกบหรือเปลี่ยนกระจก การติดตั้งมุ้งจีบควรทำหลังจากงานโครงสร้างหลักเสร็จสมบูรณ์แล้ว หากติดตั้งก่อนที่งานอื่นจะเสร็จ อาจเกิดการกระแทกหรือเสียหายจากงานช่างประเภทอื่น
อีกปัจจัยหนึ่งคือการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ บ้านเก่าบางหลังมีพื้นที่จำกัดหรือมีของวางชิดหน้าต่าง การติดตั้งมุ้งจีบโดยไม่คำนึงถึงการใช้งานจริง อาจทำให้เปิด–ปิดลำบากและลดความถี่ในการใช้งาน
สรุปคือ การติดตั้งมุ้งจีบในบ้านเก่าต้องให้ความสำคัญกับการตรวจสอบโครงสร้าง วงกบ ระดับพื้น และความแข็งแรงของจุดยึดมากกว่าบ้านใหม่ การวัดอย่างละเอียดและประเมินสภาพหน้างานจริงคือขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยให้มุ้งจีบทำงานได้เต็มประสิทธิภาพในระยะยาว





