หนึ่งในเทรนด์สถาปัตยกรรมที่ได้รับความนิยมอย่างมากใน บ้านสมัยใหม่ คือการออกแบบหน้าต่างกระจกเข้ามุม หรือ Corner Window ซึ่งเป็นการเชื่อมต่อกระจกสองบานในมุม 90 องศาโดยไม่มีเสาปูนมาคั่นกลาง เพื่อเปิดรับทัศนียภาพภายนอกแบบพาโนรามาและเพิ่มความหรูหราให้กับตัวบ้าน แต่ความท้าทายครั้งใหญ่จะเกิดขึ้นทันทีเมื่อเจ้าของบ้านต้องการเปิดหน้าต่างเพื่อรับลมธรรมชาติ เพราะการหา มุ้งลวด ที่เหมาะสมกับมุมสเปซลักษณะนี้โดยไม่ทำลายความสวยงามของงานดีไซน์ ถือเป็นโจทย์ที่ปราบเซียนไม่น้อย
หากเลือกใช้ระบบ มุ้งลวด กรอบอลูมิเนียมแบบดั้งเดิม สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือบริเวณมุมกระจกที่เคยโปร่งโล่ง จะต้องมีกรอบเฟรมหนา ๆ สองชิ้นมาประกบกัน กลายเป็นเสาแกนกลางหนาทึบที่บดบังสายตา และทำลายจุดประสงค์หลักของการทำหน้าต่างเข้ามุมไปโดยสิ้นเชิง นอกจากนี้ ระบบบานเลื่อนทั่วไปยังไม่สามารถสไลด์เข้ามุมได้อย่างสนิท ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดช่องว่างซึ่งเป็นทางเข้าของ ยุงลาย พาหะนำโรค ไข้เลือดออก รวมถึงแมลงกลางคืนขนาดเล็ก
นวัตกรรมของ มุ้งพับจีบ จึงกลายมาเป็นคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับงานสถาปัตยกรรมเข้ามุม เนื่องจากระบบ มุ้งลวดพับได้ ประเภทนี้ถูกออกแบบให้มีโครงสร้างเฟรมที่บางและกะทัดรัด แต่อมีความแข็งแรงสูง ในการจัดการกับ Corner Window ช่างผู้เชี่ยวชาญจะทำการ ติดตั้งมุ้งจีบ แบบสองบานแยกซ้าย-ขวา โดยที่บริเวณจุดพบกันตรงมุม 90 องศาจะไม่มีเสากลางถาวร แต่จะใช้ระบบเส้นแม่เหล็กแรงดึงสูงซ่อนไว้ในแถบเฟรมตัววิ่งแทน
เมื่อต้องการปิดเพื่อกันยุง ผู้อยู่อาศัยเพียงแค่ดึงมุ้งจีบทั้งสองฝั่งมาเจอกันตรงมุม แถบแม่เหล็กจะดูดประกบกันอย่างสนิทแน่น ไร้ร่องรอยต่อและช่องว่าง ป้องกันแมลงได้อย่างสมบูรณ์แบบ และเมื่อถึงเวลาที่ต้องการชมวิวสวนหรือเปิดรับแสงแดดยามเช้า ก็เพียงแค่รูดเปิด มุ้งพับจีบ ออกไปเก็บฝั่งซ้ายและขวา ตัวผ้ามุ้งจะพับทบซ่อนเข้าไปในกล่องเฟรมที่แนบไปกับผนังเดิม คืนพื้นที่กระจกเข้ามุมให้โล่งใส ไร้สิ่งบดบังสายตาเหมือนตอนที่ไม่ได้ติดมุ้งลวด
การเลือกจัดการระบบป้องกันแมลงด้วยเทคโนโลยีที่สอดคล้องกับโครงสร้างบ้าน ไม่เพียงแต่ช่วยรักษามูลค่าและความสวยงามของงานสถาปัตยกรรมไว้ได้ แต่ยังช่วยให้ฟังก์ชันการอยู่อาศัยจริงสมบูรณ์แบบ สามารถเปิดบ้านรับลมธรรมชาติได้อย่างสบายใจในทุกเวลาที่ต้องการ





