เมื่อพูดถึงการเลือกสีของระบบป้องกันแมลง เจ้าของ บ้านสมัยใหม่ ส่วนใหญ่มักพิจารณาเพียงแค่ให้สีของกรอบเฟรมเข้ากับวงกบหน้าต่างเดิม แต่อาจมองข้ามรายละเอียดของ “สีผ้ามุ้ง” ไป ทั้งที่ในความเป็นจริง สีของเส้นใยมีผลอย่างมากต่อการหักเหของแสงแดดและการมองเห็นทัศนียภาพภายนอก การเลือกสีผ้ามุ้งที่ผิดพลาดอาจทำให้เกิดปัญหาแสงสะท้อนรบกวนสายตา ส่งผลให้บ้านดูทึบ หรือทำให้วิวสวนสวยนอกบ้านกลายเป็นภาพที่มัวหมอง
โดยทั่วไป สีของผ้ามุ้งที่นิยมใช้ในอดีตมักจะเป็นสีเงินอลูมิเนียม หรือสีขาวนวล ซึ่งข้อจำกัดของผ้ามุ้งโทนสีอ่อนคือความสามารถในการสะท้อนแสงที่สูงมาก เมื่อแสงแดดภายนอกส่องมาปะทะกับแผ่น มุ้งลวด สีขาวหรือสีเงิน เส้นใยเหล่านั้นจะสะท้อนแสงกลับเข้าสู่ตาของเรา ทำให้เกิดอาการตาพร่า มืดมน และมองเห็นทัศนียภาพภายนอกได้ยากขึ้น ราวกับมีม่านหมอกสีขาวมาบดบังอยู่ตลอดเวลา ซึ่งทำลายความตั้งใจในการออกแบบช่องแสงกระจกบานใหญ่ของบ้านยุคใหม่ไปอย่างน่าเสียดาย
เพื่อแก้ไขปัญหาสุนทรียภาพนี้ นวัตกรรมของ มุ้งพับจีบ และ มุ้งลวดพับได้ ในปัจจุบัน จึงมักนิยมเลือกใช้ผ้ามุ้ง “สีดำ” หรือ “สีเทาดำ” เป็นมาตรฐานหลัก เหตุผลทางวิทยาศาสตร์คือ สีเข้มมีคุณสมบัติในการดูดกลืนแสงและลดการสะท้อนของแสงแดดได้ดีที่สุด เมื่อเราทำการ ติดตั้งมุ้งจีบ สีดำ แสงแดดจากภายนอกจะทะลุผ่านช่องตาข่ายเข้ามาโดยไม่สะท้อนฟุ้งกระจาย ทำให้สายตาของเราสามารถโฟกัสไปที่วิวสวน ต้นไม้ หรือสระว่ายน้ำภายนอกได้อย่างชัดเจนและสบายตา ราวกับว่าไม่มีผ้ามุ้งกั้นอยู่เลย
นอกจากเรื่องการพรางสายตาที่ยอดเยี่ยมแล้ว โครงสร้างที่เป็นเอกลักษณ์ของ มุ้งพับจีบ ที่พับทบเป็นแนวตั้งอย่างมีระเบียบ ยังช่วยหักเหทิศทางของแสงแดดที่จัดจ้าในช่วงบ่ายให้ซอฟต์ลง ช่วยลดความจ้าของแสงที่จะเข้ามาภายในห้อง (Glare Control) แต่ยังคงรักษาระดับความสว่างธรรมชาติเอาไว้ได้อย่างพอดี และเมื่อถึงเวลาที่ต้องการเปิดรับแสงแดดบริสุทธิ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ ระบบมุ้งประเภทนี้ก็สามารถรูดพับเก็บเข้าด้านข้างวงกบได้อย่างง่ายดาย ไม่เหลือเส้นสายสีใด ๆ มาขัดตา
การใส่ใจรายละเอียดเรื่องแสงสะท้อนและโทนสีของผ้ามุ้ง จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยเติมเต็มความสมบูรณ์แบบให้กับบ้าน ช่วยให้สมาชิกในครอบครัวสามารถอยู่อาศัยได้อย่างผ่อนคลาย สบายตา พร้อมรับการปกป้องที่ปลอดภัยจากแมลงร้ายและ ยุงลาย พาหะนำโรค ไข้เลือดออก โดยไม่ต้องแลกกับวิวสวยของบ้านแม้แต่น้อย





