งานดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ของ บ้านสมัยใหม่ ในยุคนี้ คือการเลือกใช้ประตูกระจกหรือหน้าต่างบานใหญ่ที่มีความสูงตั้งแต่พื้นจรดฝ้าเพดาน (Floor-to-Ceiling) เพื่อสร้างความรู้สึกโอ่อ่า โปร่งสบาย และเปิดรับแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ ทว่าความท้าทายที่ตามมาสำหรับช่องเปิดขนาดใหญ่และสูงพิเศษเช่นนี้ คือการเลือกระบบ มุ้งลวด ที่สามารถรองรับทั้งเรื่องความสูง น้ำหนักเฟรม และแรงลมปะทะจากภายนอกได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่เสี่ยงต่อการบิดเบี้ยว หลุดราง หรือสร้างอันตรายให้กับผู้อยู่อาศัย
หากเลือกใช้ระบบ มุ้งลวด กรอบบานเลื่อนแบบธรรมดาที่มีความสูงเกินกว่า 2.5 เมตร สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ ตัวกรอบอลูมิเนียมมักจะเกิดการแอ่นตัวตรงกลางเนื่องจากน้ำหนักที่มากเกินไป ส่งผลให้ล้อเลื่อนด้านล่างรับน้ำหนักไม่ไหว เกิดอาการฝืด รูดเปิด-ปิดยาก และเมื่อมีลมพายุพัดมาปะทะ แผ่นมุ้งลวดที่ขึงตึงแบบเดิมจะเกิดแรงต้านมหาศาล จนอาจทำให้กรอบบานหลุดออกจากราง เลื่อนหล่นลงมาสร้างความเสียหาย หรือเกิดช่องว่างที่ทำให้ ยุงลาย ซึ่งเป็นพาหะนำโรค ไข้เลือดออก สามารถเล็ดลอดเข้ามาในบ้านได้
ด้วยเหตุนี้ ระบบ มุ้งจีบ หรือ มุ้งลวดพับได้ จึงกลายมาเป็นนวัตกรรมที่วิศวกรและสถาปนิกเลือกใช้สำหรับช่องเปิดสูงจรดฝ้า เนื่องจากโครงสร้างของ มุ้งพับจีบ มีกลไกการกระจายน้ำหนักที่ยอดเยี่ยม ตัวผ้ามุ้งที่พับเป็นจีบซิกแซกไม่ได้ทำหน้าที่รับแรงดึงในแนวระนาบเหมือนมุ้งแผ่นตึง แต่จะทำหน้าที่คล้ายสปริงที่สามารถยืดหยุ่นและผ่อนแรงเมื่อมีลมพัดมาปะทะ แรงลมจะถูกกระจายออกไปตามรอยพับของจีบมุ้ง ช่วยลดแรงต้านลงได้อย่างมาก
นอกจากนี้ การ ติดตั้งมุ้งจีบ สำหรับบานสูงพิเศษ จะมีการฝังระบบสลิงสแตนเลส (Tension Wire) ไว้ภายในตัวผ้ามุ้งในระยะที่สมดุล สลิงเหล่านี้จะช่วยประคองให้ผ้ามุ้งคงรูปตรงสวยงาม ไม่หย่อนคล้อย และช่วยให้การรูดเปิด-ปิดเป็นไปอย่างนุ่มนวล แม่นยำ ไม่ว่าจะมีความสูงมากแค่ไหนก็ตาม และเมื่อไม่ใช้งาน ตัวมุ้งทั้งหมดจะพับเก็บซ่อนเข้าด้านข้างอย่างมิดชิด ปลอดภัยจากแรงลมภายนอกร้อยเปอร์เซ็นต์
การเลือกใช้ระบบมุ้งพับจีบที่ออกแบบมาเพื่อรองรับงานสถาปัตยกรรมขนาดใหญ่โดยเฉพาะ จึงช่วยตัดปัญหาเรื่องการซ่อมบำรุงจุกจิกในระยะยาว ช่วยให้บ้านคงความสวยงามหรูหรา และเปิดโอกาสให้ผู้อยู่อาศัยใช้งานช่องเปิดรับลมธรรมชาติได้อย่างปลอดภัยและอุ่นใจที่สุด





